บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส ตามแนวทางการปฏิบัติงานตามกฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ คำนึงถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทในทุก ๆ ส่วน

  • บริหารจัดการธุรกิจด้วยความโปร่งใส เป็นธรรมและมีจริยธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย​
  • สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อเสริมความมั่นคงทางธุรกิจระยะยาว พัฒนาสินค้าและบริการให้มีความสามารถในการแข่งขัน พร้อมยกระดับความแข็งแกร่งทางธุรกิจครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ​
  • พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการผลิตสินค้า บรรจุภัณฑ์ ตลอดจนกระบวนการการจัดส่งครบวงจร​

เป้าหมายการดำเนินงานด้านบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ

การกำกับดูแลกิจการและความโปร่งใส
0
เหตุการณ์
การทุจริตคอร์รัปชันหรือการละเมิดจรรยาบรรณธุรกิจ
100%
พนักงานเข้าใหม่ผ่านการอบรม ด้านการต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชัน
80%
พนักงานทั้งหมดผ่านการอบรม ด้านการต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชัน
80%
พนักงานทั้งหมดผ่านเกณฑ์การทดสอบหลังอบรมด้านการต่อต้านทุจริต และคอร์รัปชัน
การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล
0
เหตุการณ์
ข้อมูลรั่วไหล ที่ส่งผลกระทบกับ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
60%
*แผนอบรมเริ่มปี 2569
พนักงานที่มีสิทธิเข้าถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของบริษัทได้รับการอบรม ด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์
70%
*แผนอบรมเริ่มปี 2569
พนักงานที่มีสิทธิเข้าถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของบริษัทผ่านเกณฑ์การทดสอบหลังการอบรมด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์
70%
ความครอบคลุมการใช้งานระบบ Multi-Factor Authentication หรือ MFA ภายในปี 2569
การจัดการด้านนวัตกรรม
เปิดตัว
1
ผลิตภัณฑ์
ที่ส่งเสริมด้านสุขภาพหรือโภชนาการ ภายใน 3 ปี
*อ้างอิงเกณฑ์ Thai Recommended Daily Intakes (Thai RDI)
การจัดการห่วงโซ่อุปทาน
100%
คัดกรองผู้ส่งมอบรายสำคัญ (Tier-1 Suppliers) ด้านความยั่งยืน ทั้งด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ภายในปี 2573
90%
การจัดทำแผนการแก้ไขข้อบกพร่อง (Corrective Action Plan – CAP) ของผู้ส่งมอบที่พบประเด็นความเสี่ยงหรือไม่สอดคล้อง ภายในปี 2573

จรรยาบรรณทางธุรกิจ

บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จํากัด (มหาชน) (“บริษัท”) มีหลักจรรยาบรรณในการดําเนินธุรกิจซึ่งกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ของบริษัทจะต้องยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานในฐานะตัวแทนของบริษัท โดยบริษัทได้กําหนดหลักจรรยาบรรณในการดําเนินธุรกิจเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติที่ดี อันจะช่วยส่งเสริมให้การดําเนินธุรกิจเป็นไปด้วยความโปร่งใส สร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ลงทุนผู้มีส่วนได้เสียและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

การจัดการความเสี่ยง

บริษัทมีนโยบายการบริหารความเสี่ยง และการบริหารความเสี่ยง ทั่วทั้งองค์กรแบบบูรณาการอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยอ้างอิงการบริหารความเสี่ยงตามกรอบการดำเนินงานและแนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานสากล COSO ERM 2017 โดยการประเมินความเสี่ยงได้คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงจากทั้งปัจจัยความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน รวมถึงปัจจัยความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่และโอกาสที่จะเกิดการทุจริตและคอร์รัปชัน พร้อมทั้งกำหนดแนวทางการจัดการความเสี่ยง เพื่อให้ความเสี่ยงอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ มีการทบทวนควาเสี่ยงและติดตามการดำเนินงานตามมาตรการจัดการความเสี่ยงเป็นประจำ เพื่อให้องค์กรสามารถบรรลุเป้าหมาย ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และบริษัทได้นำดัชนีชี้วัดความเสี่ยงที่สำคัญ (Key Risk Indicator: KRI) มาเชื่อมโยงกับดัชนีชี้วัดความสำเร็จ (Key Performance Indicator: KPI) เพื่อประเมินความสัมฤทธิ์ผลของการดำเนินกลยุทธ์ระยะสั้นและระยาวของบริษัท และติดตามการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ พร้อมทั้งกำหนดมาตรการเพิ่มเติมสำหรับตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างทันท่วงที

เป้าหมายและความก้าวหน้าด้านการกำกับดูแล
เป้าหมายปี 2569 ระดับดีเลิศ (5 ดาว)
เหตุการณ์การทุจริตคอร์รัปชันหรือการละเมิดจรรยาบรรณธุรกิจ
3
กรณี ในปี 2568
*ทั้ง 3 กรณีถูกตรวจสอบและดำเนินการเสร้จสิ้นแล้วในปี 2568
เป้าหมาย = 0 กรณี
≥ 80%
พนักงานทั้งหมดผ่านการอบรม ด้านการต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชัน
ปี 2568 พนักงานทั้งหมดผ่านการอบรม ด้านการต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชัน 26.83% จากพนักงานทั้งหมด
≥ 80%
พนักงานทั้งหมดผ่านเกณฑ์การทดสอบ หลังอบรมด้านการต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชัน
ปี 2568 พนักงานทั้งหมดผ่านเกณฑ์การทดสอบหลังอบรมด้านการต่อต้านทุจริต และคอร์รัปชัน 26.83% จากพนักงานทั้งหมด

การบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า

ระดับความพึงพอใจและเป้าหมายการจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า/คู่ค้า

หัวข้อ ระดับความพึงพอใจเป้าหมาย ระดับความพึงพอใจที่ได้รับ
ด้านการบริการของทีมขาย 4.5 4.4
ด้านคุณภาพขนส่ง 4.5 3.9
ด้านคุณภาพสินค้า 4.5 4.4
เป้าหมายรวม 4.5 4.2

ในปี 2568 จากผลการประเมินความพึงพอใจในแต่ละด้านได้รับคะแนนดังนี้

ด้านการบริการของทีมขาย
คะแนน
ผลลัพธ์ต่ำกว่าเป้าหมาย
ด้านคุณภาพขนส่ง
คะแนน
ผลลัพธ์ต่ำกว่าเป้าหมาย
ด้านคุณภาพสินค้า
คะแนน
ผลลัพธ์ต่ำกว่าเป้าหมาย
มาตรการการจัดการและเป้าหมาย

ฝ่ายขายของบริษัทได้ตั้งเป้าหมาย โดยจะเริ่มจากการจัดการด้านการบริหารทีมขายและด้านคุณภาพการขนส่งให้ได้คะแนนมากกว่าหรือเท่ากับระดับคะแนนเฉลี่ย 4.5 คะแนนภายในปี 2569

การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน

บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) ตระหนักถึงความสำคัญของห่วงโซ่อุปทานในฐานะปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความต่อเนื่องทางธุรกิจ คุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ตลอดจนผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) บริษัทจึงมุ่งมั่นบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างมีความรับผิดชอบ โปร่งใส และยั่งยืน เพื่อสร้างคุณค่าร่วมกับคู่ค้าและผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่าบริษัทได้กำหนดแนวทางการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการคัดเลือกคู่ค้า การประเมินความเสี่ยง ตลอดจนการติดตามและพัฒนาศักยภาพของคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง โดยยึดหลักการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรม และสอดคล้องกับแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืนของคู่ค้า (SNNP Supplier Sustainable Code of Conduct)ในการคัดกรองและประเมินคู่ค้า บริษัทได้นำ ระบบ Risk Scoring มาใช้ในการประเมินความเสี่ยงเชิงตัวเลข โดยพิจารณาทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล รวมถึงความเสี่ยงด้านการดำเนินธุรกิจ เพื่อจัดลำดับความสำคัญของคู่ค้าและกำหนดมาตรการบริหารจัดการที่เหมาะสม อาทิ การกำหนดแผนปรับปรุง (Corrective Action Plan) และการติดตามผลอย่างเป็นระบบการกำกับดูแลประเด็นด้านความยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทานอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการบริษัทและ/หรือคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายบริหารความเสี่ยง และฝ่ายการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นผู้รับผิดชอบในการนำไปปฏิบัติ ทั้งนี้ ผลการประเมินความเสี่ยงและประเด็นสำคัญในห่วงโซ่อุปทานจะถูกรายงานต่อผู้บริหารอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ขององค์กร โดยสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน แนวปฏิบัติสำหรับคู่ค้า

และระบบการประเมินความเสี่ยงของคู่ค้า ได้จากเอกสารที่เผยแพร่ใน :

SNNP การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน และระบบ Risk Scoring สำหรับคัดกรอง Supplier (เชิงตัวเลข)

กระบวนการคัดกรองและประเมินคู่ค้า/ผู้ส่งมอบด้านความยั่งยืน

บริษัทได้พัฒนากรอบการบริหารจัดการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน (Sustainable Procurement Management Framework) เพื่อให้การคัดเลือกและบริหารจัดการคู่ค้า/ผู้ส่งมอบเป็นไปอย่างมีความรับผิดชอบ โปร่งใส และสอดคล้องกับหลักการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยกรอบการดำเนินงานประกอบด้วย 4 ระยะสำคัญ

เป้าหมายและความก้าวหน้า

2568
ผลการคัดกรองคู่ค้า / ผู้ส่งมอบในปี 2568 มีคู่ค้า/ผู้ส่งมอบสำคัญ (Critical Tier 1) 6 ราย และ คู่ค้า / ผู้ส่งมอบที่ไม่ทำธุรกิจโดยตรงกับบริษัท (Non-Critical Tier 1) 44 ราย คู่ค้า/ผู้ส่งมอบรายใหม่ที่ถูกคัดกรองประเด็นด้านความยั่งยืนทั้งสิ้น 27 ราย และผ่านการคัดกรอง 27 ราย คิดเป็น 100% ของคู่ค้า / ผู้ส่งมอบรายใหม่
2573
100%
คัดกรองผู้ส่งมอบรายสำคัญ (Tier-1 Suppliers) ด้านความยั่งยืน ทั้งด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ภายในปี 2573
≥ 90%
การจัดทำแผนการแก้ไขข้อบกพร่อง (Corrective Action Plan – CAP) ของผู้ส่งมอบที่พบประเด็นความเสี่ยงหรือไม่สอดคล้อง ภายในปี 2573
หมายเหตุ: บริษัทได้เริ่มนำการประเมินโดยใช้ ระบบ Risk Scoring สำหรับคัดกรอง Supplier (เชิงตัวเลข) ในปลายปี 2568 เป็นปีแรก และได้มีการออกแบบฟอร์มการประเมินด้านความยั่งยืนสำหรับคู่ค้า/ผู้ส่งมอบ (ESG Screening-Self Assessment) ที่ประเมินผลลัพธ์ออกมาเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพเป็นปีแรก โดยบริษัทจะทำการใช้ระบบนี้ประเมินคู่ค้า/ผู้ส่งมอบของบริษัททั้งหมดให้คลอบคลุม 100% ภายในปี 2573

ความร่วมมือกับพันธมิตร : การจัดหาวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน

ภายใต้แนวคิดการจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ (Responsible Raw Material & Sourcing) บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน โดยบูรณาการการพิจารณาความเสี่ยงและโอกาสด้านความยั่งยืนในกระบวนการจัดหาและคัดเลือกคู่ค้าอย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับกรอบการเปิดเผยข้อมูลตาม IFRS S1 ในมิติด้านกลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยง และการกำกับดูแลกิจการบริษัทตระหนักว่าบรรจุภัณฑ์เป็นองค์ประกอบสำคัญที่มีผลต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่อุปทาน จึงได้ร่วมมือกับ SCGP ในฐานะพันธมิตรด้านความยั่งยืน (Sustainability Partner) ในการพัฒนาและออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการรับรอง Carbon Footprint of Product (CFP) เพื่อสนับสนุนการระบุ ประเมิน และบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศที่เกี่ยวข้องกับวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ ตามแนวทางของ IFRS S2ความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสมกับสินค้า การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และการลดการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ รวมถึงการส่งเสริมการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสามารถรีไซเคิลได้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทานและการขับเคลื่อนสู่การดำเนินงานคาร์บอนต่ำการดำเนินงานดังกล่าวไม่เพียงช่วยสนับสนุนเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของบริษัท แต่ยังช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานในระยะยาว และสะท้อนถึงการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์บนพื้นฐานข้อมูลด้านความยั่งยืน ซึ่งมีส่วนสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างคุณค่าร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียอย่างยั่งยืน

“เราเชื่อว่าบรรจุภัณฑ์ที่ดีไม่ได้หมายถึงสวยงามหรือทนทาน แต่ต้องเล่าเรื่องราวความใส่ใจของแบรนด์ต่อโลกใบนี้ และพร้อมจะเดินไปกับ SCGP ในการสร้างมาตรฐานใหม่ของบรรจุภัณฑ์ไทยที่ยั่งยืนและแข่งขันได้ในระดับโลก ”
คุณกิตติยา ชัยสถาพร
รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ และซัพพลายเชน
บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน)

การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล

บริษัทให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลสารสนเทศ โดยตระหนักว่าการจัดการข้อมูลอย่างเหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย ความต่อเนื่องทางธุรกิจ และการบริหารความเสี่ยงด้านกฎหมายและเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัทจึงกำหนดแนวทางและมาตรการในการกำกับดูแลการจัดเก็บ การเข้าถึง และการใช้งานข้อมูลให้สอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องและแนวปฏิบัติที่เหมาะสม

สามารถเข้าชมรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายที่เกี่ยวข้องได้ที่:

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล-สำหรับลูกค้า
นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล-สำหรับพันธมิตร ทางธุรกิจ
นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล-สำหรับบุคลากร
นโยบายคุกกี้
เป้าหมาย ผลลัพธ์ปี 2568
0 ข้อมูลรั่วไหล ที่ส่งผลกระทบกับ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่มีเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหล ที่ส่งผลกระทบกับ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
≥ 60% พนักงานที่มีสิทธิเข้าถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของบริษัทได้รับการอบรม ด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ เริ่มดำเนินงานในปี 2569 *แผนอบรมเริ่มปี 2569
≥ 70% พนักงานที่มีสิทธิเข้าถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของบริษัทผ่านเกณฑ์การทดสอบหลังการอบรมด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ เริ่มดำเนินงานในปี 2569 *แผนอบรมเริ่มปี 2569
70% ความครอบคลุมการใช้งานระบบ Multi-Factor Authentication หรือ MFA ภายในปี 2569 เริ่มดำเนินงานในปี 2569

การจัดการด้านนวัตกรรม

บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) บริหารจัดการนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนความสามารถในการแข่งขันและความยืดหยุ่นทางธุรกิจ (Competitiveness & Resilience) ภายใต้กรอบมาตรฐาน IFRS S1 และ IFRS S2 โดยมุ่งบูรณาการนวัตกรรมเข้ากับกลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยง และการกำกับดูแลกิจการ เพื่อสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนในระยะยาว ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนองค์กรทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่านนวัตกรรมของบริษัท การส่งเสริมนวัตกรรมของบริษัท ประกอบด้วย

  1. นวัตกรรมผลิตภัณฑ์
  2. นวัตกรรมในกระบวนการผลิต

นวัตกรรมผลิตภัณฑ์

บริษัทบริหารจัดการนวัตกรรมในฐานะกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน เสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน และเพิ่มความยืดหยุ่นขององค์กร ภายใต้กรอบมาตรฐาน IFRS S1 และ IFRS S2 โดยบูรณาการนวัตกรรมเข้ากับกลยุทธ์องค์กร การบริหารความเสี่ยง และการกำกับดูแลกิจการอย่างเป็นระบบผ่านกระบวนการที่ชัดเจนตั้งแต่การวางแผน การพัฒนาแนวคิด จนถึงการออกแบบ โดยใช้ข้อมูลเชิงลึกจากผู้บริโภคและการทำ Focus Group เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ด้านสุขภาพ ความคุ้มค่า และประสบการณ์ของผู้บริโภค ควบคู่กับการสร้างความแตกต่างของแบรนด์และโอกาสการเติบโตในตลาด

เป้าหมาย ผลลัพธ์
2568 2569 2570
เปิดตัว ≥ 1 ผลิตภัณฑ์ ที่ส่งเสริมด้านสุขภาพหรือโภชนาการ ภายใน 3 ปี
*อ้างอิงเกณฑ์ Thai Recommended Daily Intakes (Thai RDI)
ในปี 2568 มีผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นที่ส่งเสริม ด้านสุขภาพหรือโภชนาการคิดเป็น 30.16% ของผลิตภัณฑ์ทั้งหมด

นวัตกรรมในกระบวนการ

บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมด้านกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน น้ำ และทรัพยากร ตลอดจนลดต้นทุน ลดของเสีย และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการเสริมสร้างความยืดหยุ่นในการดำเนินงานและห่วงโซ่อุปทาน นวัตกรรมดังกล่าวยังมีส่วนช่วยในการบริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศบริษัทได้ลงทุนในการติดตั้งและปรับปรุงเครื่องจักรและระบบการผลิตอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมกระบวนการหลัก ได้แก่ ระบบบรรจุผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม ระบบบรรจุผลิตภัณฑ์เยลลี่ รวมถึงระบบสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ความแม่นยำ และความสม่ำเสมอของคุณภาพสินค้าการปรับปรุงดังกล่าวรวมถึงการพัฒนาและติดตั้งระบบบรรจุในสายการผลิตรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งช่วยเพิ่มกำลังการผลิต ลดการสูญเสียในกระบวนการ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรต่อหน่วยผลิต นอกจากนี้ บริษัทยังได้ปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิต เช่น ระบบน้ำร้อน ระบบหมุนเวียน และอุปกรณ์ในกระบวนการพาสเจอร์ไรส์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและความร้อนอย่างเหมาะสม

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ รายงานความยั่งยืน

สำรวจแนวทางการขับเคลื่อนธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านกลยุทธ์ ESG การบริหารจัดการอย่างมีความรับผิดชอบ และผลลัพธ์ที่สร้างคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนในระยะยาว ได้ที่: