การพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ SNNP

การพัฒนาอย่างยั่งยืนของบริษัท คือ การพัฒนาคุณภาพของห่วงโซ่อุปทานที่ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการจัดหาวัตถุดิบ การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนากระบวนการทํางาน การพัฒนาสินค้าและบริการ การเพิ่มคุณค่าและพัฒนาศักยภาพพนักงาน การให้ องค์ความรู้แก่ชุมชน การยกระดับความเป็นอยู่ของชุมชน และการมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมชุมชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ
- ลดและควบคุมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจจะเกิดขึ้น
- สร้างคุณค่าร่วมกันระหว่างบริษัทกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกภาคส่วน
- กํากับดูแลการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามกรอบระเบียบของกฎหมาย และกฎระเบียบของบริษัท
บริษัทตั้งมั่นที่จะดํารงตนให้เป็นบริษัทที่เป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม (Good Corporate Citizen) ด้านการดําเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และ สามารถบริหารธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงและเป็นที่ยอมรับในสังคม (Corporate Social Responsibility) บนพื้นฐานของหลักจริยธรรม และหลักการกํากับดูแลกิจการที่ดี สอดคล้องกับวิสัยทัศน์
“มุ่งเน้นความเป็นเลิศเพื่อการเป็นผู้ผลิตและจําหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มและ ขนมขบเคี้ยวที่ดีทั้งในด้านคุณภาพและการบริการ” และพันธกิจของบริษัท “ก้าวเป็นบริษัทมหาชน โดยดําเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรม รับผิดชอบต่อสังคม คู่ค้า และสิ่งแวดล้อม อย่างยั่งยืน”
กรอบการพัฒนาและกลยุทธ์การพัฒนาด้านความยั่งยืน
บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) มุ่งมั่นสร้างห่วงโซ่คุณค่าที่ครอบคลุมและทั่วถึง (Inclusive Value Chain) โดยการเสริมศักยภาพเกษตรกรรายย่อย ชุมชนท้องถิ่น พนักงาน และพันธมิตรที่หลากหลาย ให้สามารถมีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์จากการเติบโตร่วมกับธุรกิจ ผ่านความร่วมมืออย่างเป็นธรรม การแบ่งปันความรู้ และการพัฒนาขีดความสามารถ เพื่อสร้างคุณค่าร่วมอย่างยั่งยืนแก่ทั้งองค์กรและสังคม โดยผ่านทางกรอบการดำเนินงานและกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของบริษัทดังต่อไปนี้
กรอบการดำเนินงานด้านความยั่งยืน
มิติสิ่งแวดล้อม: มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และส่งเสริมการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ตลอดห่วงโซ่คุณค่า
มิติสังคม: เสริมสร้างศักยภาพของผู้คนและชุมชนผ่านการพัฒนาด้านกีฬาและการศึกษา พร้อมทั้งขยายโอกาสอย่างเท่าเทียมให้ครอบคลุมทุกเพศ ทุกช่วงวัย ผู้พิการ และพนักงานทุกระดับ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนขององค์กรและสังคม
มิติเศรษฐกิจและบรรษัทภิบาล: ดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส จริยธรรม และความรับผิดชอบ ควบคู่กับการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในการสร้างคุณค่าและเสริมศักยภาพการแข่งขันอย่างยั่งยืนตลอดห่วงโซ่คุณค่าธุรกิจ


กลยุทธ์ด้านความยั่งยืน
กลยุทธ์การพัฒนาอย่างยั่งยืนของบริษัทมุ่งสร้างการเติบโตทางธุรกิจในระยะยาว ควบคู่กับการบริหารจัดการประเด็นด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล ภายใต้หลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ บริษัทบูรณาการประเด็นความยั่งยืนที่มีนัยสำคัญตามมาตรฐาน ISSB เข้าสู่กลยุทธ์และการดำเนินงาน เพื่อสนับสนุนการสร้างมูลค่าอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) และวิสัยทัศน์องค์กร
Environment
- ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ พัฒนาแนวทางในการจัดการของเสียในกระบวนการผลิตและบรรจุภัณฑ์ ตลอดจนห่วงโซ่อุปทาน
- ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาด
- รักษาและส่งเสริมระบบนิเวศรอบพื้นที่ดำเนินการ

Social
- ชุมชน: สร้างโอกาสการจ้างงาน สนับสนุนรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน
- กีฬาและการศึกษา: ส่งเสริมกีฬาและการศึกษา เพื่อการเข้าถึงโอกาสในทุกช่วงวัย ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้เพื่อเสริมทักษะอนาคตแก่เยาวชน
- สังคม: เคารพสิทธิมนุษยชน ส่งเสริมความเท่าเทียม ความปลอดภัยอาชีวอนามัย ความหลากหลาย และการอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูล

Governance
- บริหารจัดการธุรกิจด้วยความโปร่งใส เป็นธรรมและมีจริยธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
- สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อเสริมความมั่นคงทางธุรกิจระยะยาว พัฒนาสินค้าและบริการให้มีความสามารถในการแข่งขัน พร้อมยกระดับความแข็งแกร่งทางธุรกิจครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
- พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการผลิตสินค้า บรรจุภัณฑ์ ตลอดจนกระบวนการการจัดส่งครบวงจร

กระบวนการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้เสีย
บริษัทได้กำหนดกระบวนการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้เสียอย่างเป็นระบบ เพื่อสนับสนุนการระบุและบริหารความเสี่ยงและโอกาสด้านความยั่งยืนที่อาจมีนัยสำคัญต่อฐานะทางการเงิน ผลการดำเนินงาน และกระแสเงินสดของบริษัท ตามกรอบการเปิดเผยข้อมูลของ IFRS S1 โดยมีแนวทางการดำเนินงานดังนี้

จัดลำดับความสำคัญ
รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล
กำหนดแผนการดำเนินงาน
การกำกับดูแลและการรายงานผล

ขั้นตอนการประเมินประเด็นสำคัญทางธุรกิจด้านความยั่งยืน (GRI 3-1)
บริษัทดำเนินการระบุประเด็นความยั่งยืนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ
โดยพิจารณาจากกลยุทธ์องค์กร แผนธุรกิจ และห่วงโซ่คุณค่าธุรกิจ (Value Chain) ของบริษัท ควบคู่กับการพิจารณาทิศทางการพัฒนาความยั่งยืนในระดับโลกตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) และตัวชี้วัดด้านความยั่งยืนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ทั้งในระดับประเทศและระดับสากล ได้แก่ GRI, SASB และแนวทางตัวชี้วัดด้านความยั่งยืนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ESG Metrics) รวมถึงการพิจารณาประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ เพื่อให้ครอบคลุมมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และบรรษัทภิบาล
พัฒนาการจัดลำดับสำคัญด้านความยั่งยืน (Develop Materiality Assessment)
บริษัทพัฒนาการประเมินสาระสำคัญโดยพิจารณาทั้งผลกระทบเชิงบวกและเชิงลบของประเด็นด้านความยั่งยืนที่มีต่อผู้มีส่วนได้เสีย และความเสี่ยง–โอกาสที่อาจส่งผลต่อผลการดำเนินงาน ฐานะทางการเงิน และความสามารถในการสร้างมูลค่าในระยะสั้น กลาง และยาวของบริษัท เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางของมาตรฐาน IFRS S1 (Double Materiality)
จัดลำดับความสำคัญของผลกระทบจากการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Prioritize the Most Significant of the Impacts)
บริษัทดำเนินการจัดลำดับความสำคัญของประเด็นความยั่งยืน โดยอาศัยผลจากการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholder Engagement) และการประเมินระดับความรุนแรงและความเป็นไปได้ของผลกระทบทั้งเชิงบวกและเชิงลบ เพื่อคัดเลือกประเด็นที่มีนัยสำคัญสูงสุดซึ่งสะท้อนความเสี่ยงและโอกาสด้านความยั่งยืนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทอย่างแท้จริง
การรายงานผลและการรับรองผลการประเมิน (Reporting and Assessment endorsement)
ผลการประเมินและการจัดลำดับประเด็นความยั่งยืนจะถูกรายงานต่อคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืนของบริษัท (SDCOM) เพื่อพิจารณา ทบทวน และให้ความเห็นชอบ โดยผลลัพธ์ดังกล่าวถูกนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการกำหนดกลยุทธ์ เป้าหมาย และแผนบริหารความเสี่ยงและโอกาสด้านความยั่งยืนของบริษัทในระดับองค์กร ตามข้อกำหนดของมาตรฐาน IFRS S1
Identification
Develop Materiality Assessment
Prioritize the Most Significant of the Impacts
Reporting and Assessment endorsement
ประเด็นสำคัญทางธุรกิจด้านความยั่งยืน
ในการนี้ คณะทำงานด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้ดำเนินการทบทวนและเสนอประเด็นสำคัญทางธุรกิจด้านความยั่งยืนต่อที่ประชุมเพื่อพิจารณา โดยประเด็นดังกล่าวได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ครั้งที่ 2/2568 เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 เพื่อใช้เป็นกรอบในการดำเนินงานตามประเด็นสำคัญทางธุรกิจด้านความยั่งยืนและเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับสากลสำหรับปี พ.ศ. 2569
ประเด็นสำคัญดังกล่าวครอบคลุมมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการเคารพสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีผลต่อทัศนคติ พฤติกรรม และความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่าธุรกิจ โดยบริษัทได้กำหนดประเด็นสำคัญทางธุรกิจด้านความยั่งยืนรวมทั้งสิ้น 15 ประเด็น ซึ่งบริษัทได้จัดลำดับความสำคัญของประเด็นความยั่งยืน โดยอ้างอิงผลจากกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder Engagement) ร่วมกับการประเมินระดับความรุนแรงและความเป็นไปได้ของผลกระทบทั้งเชิงบวกและเชิงลบต่อธุรกิจและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อระบุและคัดเลือกประเด็นที่มีนัยสำคัญสูงสุด ซึ่งสะท้อนถึงความเสี่ยงและโอกาสด้านความยั่งยืนที่มีผลต่อการสร้างมูลค่าและความยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาว
มิติเศรษฐกิจ:
- การจัดการบรรจุภัณฑ์
- การจัดการขยะอาหาร
- การจัดการด้านสภาพภูมิอากาศ
- ความหลากหลายทางชีวภาพ
- การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
มิติสังคม:
- การติดฉลากและการตลาดของผลิตภัณฑ์
- สุขภาพและโภชนาการ
- อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน
- การปฏิบัติด้านแรงงาน
- คุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์
- การพัฒนาสังคมและความสัมพันธ์กับชุมชน
มิติธรรมาภิบาล:
- การกำกับดูแลและความโปร่งใส
- การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความมั่นคงปลอดภัยทางข้อมูล
- การจัดการนวัตกรรม
- การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน
เพื่อสะท้อนแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน บริษัทได้ถ่ายทอดการดำเนินงานตามประเด็นสำคัญผ่าน 3 มิติหลัก ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านสังคม ภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยท่านสามารถเลือกศึกษารายละเอียดในแต่ละมิติได้ดังต่อไปนี้




