การพัฒนาอย่างยั่งยืนของบริษัท คือ การพัฒนาคุณภาพของห่วงโซ่อุปทานที่ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการจัดหาวัตถุดิบ การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนากระบวนการทํางาน การพัฒนาสินค้าและบริการ การเพิ่มคุณค่าและพัฒนาศักยภาพพนักงาน การให้ องค์ความรู้แก่ชุมชน การยกระดับความเป็นอยู่ของชุมชน และการมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมชุมชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ

  1. ลดและควบคุมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจจะเกิดขึ้น
  2. สร้างคุณค่าร่วมกันระหว่างบริษัทกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกภาคส่วน
  3. กํากับดูแลการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามกรอบระเบียบของกฎหมาย และกฎระเบียบของบริษัท

บริษัทตั้งมั่นที่จะดํารงตนให้เป็นบริษัทที่เป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม (Good Corporate Citizen) ด้านการดําเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และ สามารถบริหารธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงและเป็นที่ยอมรับในสังคม (Corporate Social Responsibility) บนพื้นฐานของหลักจริยธรรม และหลักการกํากับดูแลกิจการที่ดี สอดคล้องกับวิสัยทัศน์

“มุ่งเน้นความเป็นเลิศเพื่อการเป็นผู้ผลิตและจําหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มและ ขนมขบเคี้ยวที่ดีทั้งในด้านคุณภาพและการบริการ” และพันธกิจของบริษัท “ก้าวเป็นบริษัทมหาชน โดยดําเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรม รับผิดชอบต่อสังคม คู่ค้า และสิ่งแวดล้อม อย่างยั่งยืน”

กรอบการพัฒนาและกลยุทธ์การพัฒนาด้านความยั่งยืน

บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) มุ่งมั่นสร้างห่วงโซ่คุณค่าที่ครอบคลุมและทั่วถึง (Inclusive Value Chain) โดยการเสริมศักยภาพเกษตรกรรายย่อย ชุมชนท้องถิ่น พนักงาน และพันธมิตรที่หลากหลาย ให้สามารถมีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์จากการเติบโตร่วมกับธุรกิจ ผ่านความร่วมมืออย่างเป็นธรรม การแบ่งปันความรู้ และการพัฒนาขีดความสามารถ เพื่อสร้างคุณค่าร่วมอย่างยั่งยืนแก่ทั้งองค์กรและสังคม โดยผ่านทางกรอบการดำเนินงานและกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของบริษัทดังต่อไปนี้

กรอบการดำเนินงานด้านความยั่งยืน

มิติสิ่งแวดล้อม: มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และส่งเสริมการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ตลอดห่วงโซ่คุณค่า

มิติสังคม: เสริมสร้างศักยภาพของผู้คนและชุมชนผ่านการพัฒนาด้านกีฬาและการศึกษา พร้อมทั้งขยายโอกาสอย่างเท่าเทียมให้ครอบคลุมทุกเพศ ทุกช่วงวัย ผู้พิการ และพนักงานทุกระดับ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนขององค์กรและสังคม

มิติเศรษฐกิจและบรรษัทภิบาล: ดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส จริยธรรม และความรับผิดชอบ ควบคู่กับการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในการสร้างคุณค่าและเสริมศักยภาพการแข่งขันอย่างยั่งยืนตลอดห่วงโซ่คุณค่าธุรกิจ

กลยุทธ์ด้านความยั่งยืน

กลยุทธ์การพัฒนาอย่างยั่งยืนของบริษัทมุ่งสร้างการเติบโตทางธุรกิจในระยะยาว ควบคู่กับการบริหารจัดการประเด็นด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล ภายใต้หลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ บริษัทบูรณาการประเด็นความยั่งยืนที่มีนัยสำคัญตามมาตรฐาน ISSB เข้าสู่กลยุทธ์และการดำเนินงาน เพื่อสนับสนุนการสร้างมูลค่าอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) และวิสัยทัศน์องค์กร

Environment
  • ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ พัฒนาแนวทางในการจัดการของเสียในกระบวนการผลิตและบรรจุภัณฑ์ ตลอดจนห่วงโซ่อุปทาน
  • ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาด
  • รักษาและส่งเสริมระบบนิเวศรอบพื้นที่ดำเนินการ
Social
  • ชุมชน: สร้างโอกาสการจ้างงาน สนับสนุนรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน
  • กีฬาและการศึกษา: ส่งเสริมกีฬาและการศึกษา เพื่อการเข้าถึงโอกาสในทุกช่วงวัย ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้เพื่อเสริมทักษะอนาคตแก่เยาวชน
  • สังคม: เคารพสิทธิมนุษยชน ส่งเสริมความเท่าเทียม ความปลอดภัยอาชีวอนามัย ความหลากหลาย และการอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูล
Governance
  • บริหารจัดการธุรกิจด้วยความโปร่งใส เป็นธรรมและมีจริยธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
  • สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อเสริมความมั่นคงทางธุรกิจระยะยาว พัฒนาสินค้าและบริการให้มีความสามารถในการแข่งขัน พร้อมยกระดับความแข็งแกร่งทางธุรกิจครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
  • พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการผลิตสินค้า บรรจุภัณฑ์ ตลอดจนกระบวนการการจัดส่งครบวงจร

กระบวนการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้เสีย

บริษัทได้กำหนดกระบวนการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้เสียอย่างเป็นระบบ เพื่อสนับสนุนการระบุและบริหารความเสี่ยงและโอกาสด้านความยั่งยืนที่อาจมีนัยสำคัญต่อฐานะทางการเงิน ผลการดำเนินงาน และกระแสเงินสดของบริษัท ตามกรอบการเปิดเผยข้อมูลของ IFRS S1 โดยมีแนวทางการดำเนินงานดังนี้

01
จัดลำดับความสำคัญ
บริษัทจัดลำดับความสำคัญของผู้มีส่วนได้เสียบนพื้นฐานของระดับผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงและอาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทต่อผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่ม รวมถึงระดับความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่คุณค่าธุรกิจ
02
รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล
ดำเนินการรวบรวมข้อมูลความต้องการ ความคาดหวัง และข้อกังวลของผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อนำมาวิเคราะห์และเชื่อมโยงกับประเด็นความยั่งยืนที่มีนัยสำคัญ พร้อมทั้งกำหนดหน่วยงานที่รับผิดชอบและแนวทางการตอบสนองที่เหมาะสม
03
กำหนดแผนการดำเนินงาน
จัดทำแผนการดำเนินงานด้านความยั่งยืนประจำปีสำหรับคณะทำงานด้านความยั่งยืน โดยกำหนดบทบาท ความรับผิดชอบ และตัวชี้วัดผลการดำเนินงานอย่างชัดเจน เพื่อให้สามารถติดตามและบริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาสด้านความยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
04
การกำกับดูแลและการรายงานผล
ติดตามและรายงานผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนต่อที่ประชุมคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้คณะกรรมการสามารถกำกับดูแล ทบทวน และให้ข้อเสนอแนะเชิงกลยุทธ์ในการบริหารความเสี่ยงและโอกาสด้านความยั่งยืนของบริษัท

ขั้นตอนการประเมินประเด็นสำคัญทางธุรกิจด้านความยั่งยืน (GRI 3-1)

บริษัทดำเนินการระบุประเด็นความยั่งยืนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ

โดยพิจารณาจากกลยุทธ์องค์กร แผนธุรกิจ และห่วงโซ่คุณค่าธุรกิจ (Value Chain) ของบริษัท ควบคู่กับการพิจารณาทิศทางการพัฒนาความยั่งยืนในระดับโลกตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) และตัวชี้วัดด้านความยั่งยืนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ทั้งในระดับประเทศและระดับสากล ได้แก่ GRI, SASB และแนวทางตัวชี้วัดด้านความยั่งยืนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ESG Metrics) รวมถึงการพิจารณาประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ เพื่อให้ครอบคลุมมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และบรรษัทภิบาล

พัฒนาการจัดลำดับสำคัญด้านความยั่งยืน (Develop Materiality Assessment)

บริษัทพัฒนาการประเมินสาระสำคัญโดยพิจารณาทั้งผลกระทบเชิงบวกและเชิงลบของประเด็นด้านความยั่งยืนที่มีต่อผู้มีส่วนได้เสีย และความเสี่ยง–โอกาสที่อาจส่งผลต่อผลการดำเนินงาน ฐานะทางการเงิน และความสามารถในการสร้างมูลค่าในระยะสั้น กลาง และยาวของบริษัท เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางของมาตรฐาน IFRS S1 (Double Materiality)

จัดลำดับความสำคัญของผลกระทบจากการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Prioritize the Most Significant of the Impacts)

บริษัทดำเนินการจัดลำดับความสำคัญของประเด็นความยั่งยืน โดยอาศัยผลจากการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholder Engagement) และการประเมินระดับความรุนแรงและความเป็นไปได้ของผลกระทบทั้งเชิงบวกและเชิงลบ เพื่อคัดเลือกประเด็นที่มีนัยสำคัญสูงสุดซึ่งสะท้อนความเสี่ยงและโอกาสด้านความยั่งยืนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทอย่างแท้จริง

การรายงานผลและการรับรองผลการประเมิน (Reporting and Assessment endorsement)

ผลการประเมินและการจัดลำดับประเด็นความยั่งยืนจะถูกรายงานต่อคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืนของบริษัท (SDCOM) เพื่อพิจารณา ทบทวน และให้ความเห็นชอบ โดยผลลัพธ์ดังกล่าวถูกนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการกำหนดกลยุทธ์ เป้าหมาย และแผนบริหารความเสี่ยงและโอกาสด้านความยั่งยืนของบริษัทในระดับองค์กร ตามข้อกำหนดของมาตรฐาน IFRS S1

01
Identification
ระบุประเด็นสำคัญ ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรและกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย
02
Develop Materiality Assessment
พัฒนาการจัดลำดับสำคัญด้านความยั่งยืน โดยพิจารณาผลกระทบเชิงบวก/ลบ จากผลลัพธ์ของการประเมิน
03
Prioritize the Most Significant of the Impacts
จัดลำดับผลกระทบที่สำคัญที่สุดพิจารณาจาก “ความรุนแรง” และ “โอกาสเกิด” ของผลกระทบทั้งบวกและลบ
04
Reporting and Assessment endorsement
การรับรองผลการประเมินและรายงานผลการประเมินประเด็นความยั่งยืนจะถูกรายงานต่อคณะกรรมการ SDCOM

ประเด็นสำคัญทางธุรกิจด้านความยั่งยืน

ในการนี้ คณะทำงานด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้ดำเนินการทบทวนและเสนอประเด็นสำคัญทางธุรกิจด้านความยั่งยืนต่อที่ประชุมเพื่อพิจารณา โดยประเด็นดังกล่าวได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ครั้งที่ 2/2568 เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 เพื่อใช้เป็นกรอบในการดำเนินงานตามประเด็นสำคัญทางธุรกิจด้านความยั่งยืนและเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับสากลสำหรับปี พ.ศ. 2569

ประเด็นสำคัญดังกล่าวครอบคลุมมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการเคารพสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีผลต่อทัศนคติ พฤติกรรม และความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่าธุรกิจ โดยบริษัทได้กำหนดประเด็นสำคัญทางธุรกิจด้านความยั่งยืนรวมทั้งสิ้น 15 ประเด็น ซึ่งบริษัทได้จัดลำดับความสำคัญของประเด็นความยั่งยืน โดยอ้างอิงผลจากกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder Engagement) ร่วมกับการประเมินระดับความรุนแรงและความเป็นไปได้ของผลกระทบทั้งเชิงบวกและเชิงลบต่อธุรกิจและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อระบุและคัดเลือกประเด็นที่มีนัยสำคัญสูงสุด ซึ่งสะท้อนถึงความเสี่ยงและโอกาสด้านความยั่งยืนที่มีผลต่อการสร้างมูลค่าและความยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาว

มิติเศรษฐกิจ:
  1. การจัดการบรรจุภัณฑ์
  2. การจัดการขยะอาหาร
  3. การจัดการด้านสภาพภูมิอากาศ
  4. ความหลากหลายทางชีวภาพ
  5. การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
มิติสังคม:
  1. การติดฉลากและการตลาดของผลิตภัณฑ์
  2. สุขภาพและโภชนาการ
  3. อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน
  4. การปฏิบัติด้านแรงงาน
  5. คุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์
  6. การพัฒนาสังคมและความสัมพันธ์กับชุมชน
มิติธรรมาภิบาล:
  1. การกำกับดูแลและความโปร่งใส
  2. การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความมั่นคงปลอดภัยทางข้อมูล
  3. การจัดการนวัตกรรม
  4. การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน

เพื่อสะท้อนแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน บริษัทได้ถ่ายทอดการดำเนินงานตามประเด็นสำคัญผ่าน 3 มิติหลัก ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านสังคม ภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยท่านสามารถเลือกศึกษารายละเอียดในแต่ละมิติได้ดังต่อไปนี้

คุณอาจสนใจ

รายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืน
กิจกรรมความยั่งยืน